ลงชื่อในคำร้อง

Makro, Big C, Tesco, Tops: ติด QR code พิสูจน์ว่าส้มที่ขายไม่มีสารพิษ

เราเป็นลูกคนขายส้ม ตั้งแต่เด็กจนโตกินส้มปีละไม่ต่ำกว่า 365 ลูก แต่ตอนนี้แค่ลูกเดียวก็ไม่กล้ากิน อย่าว่าแต่เราเลย ชาวสวนมากมายยังไม่กล้ากินส้มที่ตัวเองปลูก

ก่อนหน้านี้ก็เคยถามแม่ว่าทำไม พอได้มาทำงานรณรงค์เรื่องอาหารก็ยิ่งได้รู้เบื้องหลังที่น่ากลัวมากมายเกี่ยวกับส้ม เช่นที่เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thai-PAN) ตรวจส้มที่ปลูกในไทย เจอส้มแต่ละลูกมีสารพิษอันตรายตกค้างกว่า 50 ชนิด หรือภาพติดตาที่เราไม่อยากเห็นคนเดียว อย่างรูปต้นส้มที่มีเข็มฉีดยาปักค้างอยู่อย่างนั้น ฉีดสารเคมีกว่า 100 ชนิดที่ซึมซาบเข้าไปในทุกเนื้อเยื่อของต้นและผลส้ม ล้างยังไงก็ไม่หมด
ที่น่าตกใจพอกันก็คือ ทุกวันนี้ไปเดินซูเปอร์มาร์เก็ตไม่ว่าจะ Makro, BigC, Tesco หรือ Tops ก็ยังเห็นส้มวางขายอยู่ตลอดทุกฤดูกาล โดยที่คนซื้อกินไม่รู้เลยว่าส้มพวกนี้มาจากไหน มีสารพิษอะไรตกค้างบ้าง อย่าว่าแต่คนซื้อ ซูเปอร์ฯ เองยืนยันได้มั้ยว่าส้มที่ขายให้พวกเรากินไม่ได้เยิ้มไปด้วยสารพิษ ถ้าไม่ได้ ทำไมยังกล้าขายให้เรากิน?

พวกเราส่วนมากซื้อของที่ซูเปอร์ฯ ด้วยความเชื่อว่ามีการคัดกรองสินค้ามาให้เราได้ช้อป กิน ใช้ ได้อย่างไร้กังวล ซูเปอร์ฯ บางยี่ห้อก็อ้างว่ามีระบบตรวจสอบอยู่แล้ว แต่จากการศึกษาของ Thai-PAN ยังไม่เจอซูเปอร์ฯ เจ้าไหนในไทยที่ขายส้มที่มีสารพิษตกค้างต่ำกว่าปริมาณสูงสุดที่กฎหมายกำหนด (MRL)

เราก็เหมือนหลายคนที่ผูกพันกับส้ม มองส้มเป็นผลไม้คู่ครัวเรือน หลายบ้านคั้นน้ำส้มให้เด็กๆ กินก่อนไปโรงเรียน ซื้อส้มจากซูเปอร์ฯ ไปเยี่ยมคนป่วยที่โรงพยาบาล แล้วหวังลึกๆ ว่าบรรดาวิตามินต่างๆ จะช่วยให้คนที่เรารักหายดีกลับมาอยู่กับเราไวๆ หารู้ไม่ว่ากินส้มที่ปลูกในไทยก็เสี่ยงได้กินยาพิษ ให้ส้มกับคนที่เรารักก็เสี่ยงวางยาพิษ ไม่รู้ว่ากำลังทำให้เขาตายไปทีละนิดๆ รึเปล่า

เราจึงขอเรียกร้องให้ซูเปอร์ฯ เริ่มจากเจ้าใหญ่ๆ อย่าง Big C, Makro, Tesco และ Tops มีป้ายแสดงรายละเอียด ณ จุดขาย และติด QR Code ที่ผู้ซื้อสามารถสแกนตรวจสอบแหล่งที่มาของส้มที่นำมาขาย โดยบอกรายละเอียดเกี่ยวกับสวนส้ม วิธีปลูกส้ม รายการสารเคมีที่ใช้ และกระบวนการคัดกรองของซูเปอร์มาร์เก็ตเอง ภายในเดือนกุมภาพันธ์  2564

เรามั่นใจว่าซูเปอร์ฯ ทำตามข้อเรียกร้องนี้ได้ ที่จริงบางที่ก็พยายามติด QR code อยู่แล้ว แต่ยังใช้ไม่ได้จริงซะทีเดียว แค่พัฒนาให้ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะเป็นตัวกระตุ้นให้เกษตรกรปลูกส้มและผลิตอาหารอื่นๆ ด้วยวิธีที่ปลอดภัยขึ้น 

บางคนอาจจะคิดว่าเราเป็นแค่คนซื้อ จะไปบังคับคนขายได้ยังไง จริงๆ แล้วผู้บริโภคอย่างเรามีพลังมากกว่าที่หลายคนคิด ไม่มีเรา คนขายก็อยู่ไม่ได้ ซูเปอร์มาร์เก็ตมีหน้าที่ต่อผู้บริโภค ผู้บริโภคก็มีสิทธิตามกฏหมายที่จะซื้ออาหารที่ปลอดภัย ไม่นานมานี้ ผู้บริโภคไทยสามารถเรียกร้องให้ร้านอาหารอินเตอร์ชื่อดังอย่าง Subway หันมาใช้เฉพาะไข่ที่ปลอดเชื้อโรค เหมือนที่ขายในประเทศอื่นๆ ได้สำเร็จ ภายในเวลาไม่กี่เดือน นี่แค่ตัวอย่างเดียวเท่านั้น พวกเราก็ทำได้เหมือนกัน

ขอชวนทุกคนลงชื่อสนับสนุนแคมเปญนี้ ส่งเสียงดังๆ ให้ไปถึงหูซูเปอร์ฯ ทุกเจ้า เราในฐานะลูกคนขายส้ม และคนทำงานในแคมเปญ “ผู้บริโภคที่รัก” พร้อมเครือข่าย จะนำเสียงทุกคนไปเจรจากับซูเปอร์ฯ ยิ่งเสียงเราเยอะ เสียงเรายิ่งดัง ยิ่งทำให้การเจรจามีพลังสำเร็จได้ง่ายขึ้น คนรักส้มอย่างเรารอไม่ไหวแล้ว อยากจะกินส้มปีละ 365 ลูกเหมือนตอนเด็กๆ แถมทุกวันที่ผ่านไป จะมีเด็กอีกกี่คนที่ต้องเสี่ยงกินน้ำคั้นพิษสดๆ ตอนเช้าก่อนไปโรงเรียน

ลงชื่อ
ในคำร้อง

Makro, Big C, Tesco, Tops: ติด QR code พิสูจน์ว่าส้มที่ขายไม่มีสารพิษ

ช่วยแชร์แคมเปญต่อเพื่อให้ถึงเป้าหมาย:

   

.